วิธีจูงจิตผู้ป่วยใกล้ตาย รู้ไว้ไม่เสียหาย

“ถ้าป่วยใหม่ๆ อาตมาแนะนำให้ทำดังนี้คือ

๑) ให้นำพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร
พร้อมอาหารและของใช้ที่จำเป็น นำไป
ให้ผู้ป่วยเห็นและให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า

“ของทั้งหมดนี้ขอถวายเป็นสังฆทานแก่พระสงฆ์
ในพระพุทธศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญทั้ง
หมดนี้ให้เจ้ากรรมนายเวรของผู้ป่วยได้โมทนา
และอโหสิกรรมให้ผู้ป่วยด้วย”

แล้วญาติก็นำของทั้งหมดไปถวายพระเป็น
สังฆทาน จิตใจของผู้ป่วยจะได้สบายเพราะ
ได้เห็นพระพุทธรูปและได้ทำบุญ

๒) ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก
ก็ควรนำเงินจะมากหรือน้อยตามแต่ศรัทธา
ให้ผู้ป่วยถือไว้และให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า

“เงินจำนวนนี้ขอถวายชำระหนี้สงฆ์
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าเคยไปหยิบหรือนำ
ของสงฆ์มาโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม”

๓) ในระหว่างที่นอนป่วยอยู่
ควรนำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ให้ผู้ป่วยได้มองเห็น
อย่าไปตั้งไว้ในที่ผู้ป่วยเห็นไม่ถนัด
ผู้ป่วยลืมตาขึ้นมาเมื่อใดก็จะเห็นพระทันที
จิตของผู้ป่วยจะได้จับอยู่ที่พระใจจะสบายช่วยให้
คลายจากทุกขเวทนาได้บ้าง
และถ้าตายเมื่อใดก็จะไม่ลงนรก

๔) ถ้าป่วยมากมีทุกขเวทนามาก ควรแนะนำสั้นๆ
ให้นึกถึงพระพุทธเจ้าหรืออย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่า
ถ้าไปแนะนำยาวๆ จะเกิดอาการกลุ้ม

๕) ถ้าต้องการให้ผู้ป่วยตายแล้วไปพระนิพพาน
ให้นึกภาวนาว่า “นิพพานัง สุขัง”
ถ้าคิดว่าป้องกันไม่ให้ลงนรก
ก็ให้ภาวนาว่า “พุทโธ” ให้บอกสั้นๆ อย่าบอกยาว

๖) ถ้าผู้ป่วยภาวนาไม่ไหว
ก็ให้นึกถึงพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้
ให้นึกถึงพระไว้หรือจะนึกถึงพระสงฆ์ก็ได้
อย่าไปแนะนำยาวๆ เพราะเวลานั้นทุกขเวทนามาก
จะทำให้กลุ้ม ดีไม่ดีจิตใจเขาดีอยู่แล้ว ถ้าแนะนำ
ไม่ดี พูดมากไปเขาจะกลุ้ม จะทำให้ลงนรกไป
ให้ดูตาคนป่วย ถ้าตาลอยๆ ตาปรือๆ
อย่าไปพูดมาก

ฉะนั้น การแนะนำคนป่วยก่อนตาย ต้องระมัดระวังให้ดี…”

จาก : หนังสือ ตายไม่สูญ…แล้วไปไหน
โดย…หลวงพ่อพระราชพรหมยาน