จากกรณี นายชิเกฮารุ ชิราอิ อายุ 72 ปี สัญชาติญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊ง “ยามากูจิ กูมิ” แก๊งยากูซ่าขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ผู้ต้องหาที่ฆ่า “นายคาซิฮึโกะ โอโตเบะ” หัวหน้าแก๊ง “คามิยะ” แก๊งคู่อริ และหนีมายังประเทศไทย ถูกจับ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ ผู้คนต่างให้ความสนใจ ล่าสุดมี เฟซบุ๊ก “Thanakorn Jaisuksakuldee” ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า นายชิราอิ นั้น ไม่ใช้หัวหน้าของแก๊งยากูซ่า แต่เป็นเพียงลูกน้องปลายแถวเท่านั้นว่า

“ผมขออนุญาตโพสต์ขัดแย้งกับสื่อมวลชนของไทยนะครับว่า นาย Shirai Shigeharu วัย 74 ปี สมาชิกแก๊งยากูซ่าที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับตัวได้ที่จังหวัดลพบุรีนั้น แกไม่ใช่หัวหน้าแก๊งหรือไม่ได้เป็นแม้กระทั่งหัวหน้าสาขาของแก๊งยากูซ่าชื่อดัง ยามากุจิ คุมิ แต่อย่างใดนะครับ ความจริงแล้วแกเป็นแค่สมาชิกธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเองแหละ”

เมื่อสักครู่ผมได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับเพื่อนทนายความชาวญี่ปุ่นที่เมืองนาโกย่าแล้วล่ะครับ เพื่อนชาวญี่ปุ่นยืนยันมาแล้วแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มว่า ตาลุงคนนี้เป็นแค่สมาชิกแก๊งยากูซ่าระดับปลายแถวคนหนึ่งเท่านั้น หรือถ้าจะเรียกให้ถูกต้องจริงๆแล้ว แกอาจจะเป็นแค่ จิมปิระ หรือสมาชิกระดับล่างของกลุ่มยากูซ่าแค่นั้นเองนะครับ

ข่าวภาษาญี่ปุ่นหลายๆสำนักข่าวก็รายงานว่า แกเป็นแค่อดีตสมาชิกแก๊งยากูซ่าเท่านั้น ไม่ใช่ระดับหัวหน้าแต่อย่างใด และถึงตอนนี้ลุงแกยังให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด คงต้องรอผลการสอบสวนของตำรวจญี่ปุ่นต่อไป

สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นจากจังหวัดมิเอะรายงานว่า ในเดือนกรกฎาคม ปี 2003 ตาลุงกับพรรคพวกแกก็คงจะแค่ได้รับคำสั่งมาจากหัวหน้าใหญ่คนใดคนหนึ่งที่เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเป็นใครและชื่ออะไร ให้จัดการสังหารหัวหน้าแก๊งรุ่นที่สิบของแก๊งโคโดไค หรืออีกชื่อหนึ่งคือ แก๊ง Isekamiya Ikka ซึ่งถือเป็นแก๊งย่อยของแก๊งยักษ์ใหญ่หมายเลขหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งหัวหน้าแก๊งในตอนนั้นก็คือนาย Otobe Kazuhiko อายุ 42 ปีในขณะนั้น ซึ่งมีความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์กับแก๊งใหญ่จากเมืองโคเบ แกจึงโดนสั่งตายในที่สุด

ข่าวบอกว่า คุณลุงชิไร ชิเกฮารุ น่าจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งและนอกจากนั้นทางแก๊งจะเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ให้ล่วงหน้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตั๋วเครื่องบินและที่พักอาศัยในต่างประเทศ ส่วนใหญ่แล้วแก๊งยากูซ่าจะมีสมาชิกของแก๊งทำธุรกิจและอาศัยอยู่ในประเทศนั้นๆอยู่แล้ว ประเทศที่พวกเขานิยมส่งลูกน้องที่เป็นอาชญากรไปหลบภัยมากที่สุดก็คือ ประเทศไทยกับฟิลิปปินส์ครับ ถ้าท่านไม่เชื่อไปถามตำรวจญี่ปุ่นดูได้เลย แถวๆธนิยะ พัฒพงธ์ สีลม มีธุรกิจของพวกเขาเยอะแยะมากมาย

ปี 2005 แกได้หลบหนีคดีอาญาออกนอกประเทศและเดินทางไปยังประเทศไทยตามแผน จนถึงขณะนี้เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของตำรวจญี่ปุ่นนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าทางตำรวจของไทยเรา สอบสวนแกเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยก็ไม่ทราบ

แต่ขอยืนยัน 100%ว่า แกไม่ใช่หัวหน้าแก๊งยามากุจิอย่างแน่นอนครับ หัวหน้าแก๊งห่าอะไรจะตกอับขนาดนั้น พาสปอร์ตก็หมดอายุแล้วล่ะ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยยังไม่รู้แม้กระทั่งว่าแกอายุเท่าไหร่กันแน่

ท่านคิดว่าหัวหน้าแก๊งยากูซ่าจะลดตัวเองลงไปก่อคดีแบบนั้นเหรอครับ พวกเขาคือนักธุรกิจแสนล้าน มีลูกน้องพร้อมที่จะทำงานและตายแทนอยู่แล้วมากมาย และกฎของแก๊งยากูซ่าก็คือ หัวหน้าแก๊งจะไม่จับปืนหรือลดตัวลงไปฆ่าคนด้วยตัวเองหรอกนะครับ เขาใช้วิธี สั่งตายจากสำนักงานใหญ่ซึ่งเป็นคฤหาสน์หรูนะครับท่าน ขอบอก!!

หมายเหตุ สองภาพสุดท้ายคือ โคตรเจ้าพ่อหัวหน้าแก๊ง ยากูซ่าหมายเลขหนึ่งของญี่ปุ่นตัวจริงเสียงจริงนะครับนั่น”