วันที่ 11 ม.ค. ที่ สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นางวจิรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ข้าราชการบำนาญปกครอง อ.พุนพิน ที่เพิ่งเกษียรอายุราชการ เดินทางเข้าขอบคุณ พ.ต.อ.กฤส โอสถาพันธุ์ ผกก.สภ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี หลังเกือบถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกโอนกว่า 4 แสนบาท แต่โชคดีที่อายัดไว้ได้ทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา

นางวจิรา กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. วันที่ 10 ม.ค.ขณะที่ตนกำลังทำงานบ้าน ได้มีโทรศัพท์อ้างว่าเป็น ร.ต.อ.พูลทรัพย์ มีลาภ เจ้าหน้าที่ป.ป.ส.ภาค 5 อ้างว่าบัญชีของตนพัวพันกับยาเสพติด ให้ถอนเงินโอนเข้าบัญชีเพื่อตรวจสอบแสดง ความบริสุทธิ์ใจ ตนจึงได้ถอนเงินทั้งหมด 3 บัญชี พร้อมสลากออมทรัพย์ธนาคาร ธอส. รวมเป็นเงิน 415,000 บาท ซึ่งตลอดระยะเวลาในการดำเนินการจนถึงธนาคารกสิกรไทย สาขาพุนพิน ซึ่งเป็นตู้ฝากเงินอัตโนมัติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะโทรหาเร่งให้ดำเนินการตลอดเวลา

โดยให้ตนโอนเข้าธนาคารกสิกรไทย เลขบัญชี 698-229-2539 สาขาบิ๊กซีพระราม 2 ท่าข้าม ซึ่งตนได้นำเงินหย่อนไปทั้งหมด 6 ครั้ง ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง เนื่องจากธนบัตรชำรุด ติดชัดไม่สามารถหย่อนได้ ต้องใช้เวลาในการแลกกับธนาคาร และระหว่างหย่อนธนบัตรใบสุดท้ายลงไป เกิดสงสัยว่าตัวเองกำลังโดนหลอก จึงได้กดยกเลิกการโอนครั้งสุดท้าย และโทรปรึกษาตำรวจ สภ.พุนพิน ก่อนจะได้รับการประสานไปยัง พ.ต.อ.กฤส ในการประสานธนาคารอายัดเงินทั้งหมดเอาไว้ได้ทัน จึงทำให้ไม่สูญเสียเงินกว่า 4 แสนบาท ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมาก ที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

พ.ต.อ.กฤส กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเลขที่บัญชี เป็นของนายแทน อ่อง ชาวเมียนมา ซึ่งขณะนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งติดตามกระบวนการดังกล่าวแล้ว และอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชน ไม่ให้หลงเชื่อ หากมีโทรศัพท์ติดต่อให้ถอนเงินและโอนเงินไปบัญชีต่างๆ เพื่อทำการตรวจสอบ เนื่องจากหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานอื่นใด หากจะมีการตรวจสอบจะต้องมีหมายเรียก และหนังสือประสานเท่านั้น และเมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งในรายของนางวจิรา ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีในวัยเกษียนอายุราชการเป็นอย่างมาก