“นักสืบหวย30ล้าน” ช่วย “ทนายตั้ม” จับพิรุธท่าทางลอตเตอรี่หล่น และลายน้ำ ตัวอักษรบนหวยของลุงจรูญที่เปรียบเทียบกับภาพบนแผงขายที่แม่ค้าอ้างว่าถ่ายไว้ซึ่งไม่ตรงกัน เตรียมมอบให้ รองผบช.ภ.7 ประกอบสำนวน

ความคืบหน้าคดีหวยอลเวง 30 ล้าน ระหว่าง “ครูปรีชา” นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี กับ “ลุงจรูญ” ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งชุดทำงานโดยเฉพาะอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าใครเป็นเจ้าของ ขณะที่ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 ผู้ควบคุมดูแลคดีนี้คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนม.ค.นี้ จะชี้ชัดได้ว่าใครสมอ้างเป็นเจ้าของหวย 30 ล้านกันแน่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ทนายความของ “ลุงจรูญ” โพสต์เฟซบุ๊กระบุ  #ยอมใจเพื่อนๆในเฟซ ขอบคุณพี่วิโรจน์ ผู้ทำงานด้านวิศวกรรม จำลองเหตุการณ์ความเป็นไปได้ของการทำลอตเตอรี่ตกแบบวิทยาศาสตร์ “ผมมีความคิดเห็นดังนี้ครับผมทำงานด้านวิศวกรรม ผมได้พิสูจน์ว่ากลไกลลอตเตอรี่คุณครูร่วงหล่นจากกระเป๋าอย่างไรมีความเป็นไปได้ไหมได้ทำการพิสูจน์ 4 วิธีผลการทดลองถ้ากระเป๋าเสื้อไม่ขาดเป็นไปได้ยากมากที่จะหล่นเองตามธรรมชาติดูรายละเอียดการพิสูจน์ทั้ง 4 แบบตามเอกสารแนบครับผมถ่ายวีดีโอการทดลองไว้ด้วยครับเพื่อจะได้รายละเอียดที่ครบถ้วน” Cr.วิโรจน์ บ้านสวนฟาร์ม บางสะพาน พร้อมโพสต์ภาพจำลองสถานการณ์คล้ายบุคคลที่กำลังทำลอตเตอรี่หล่นลงพื้นในลักษระท่าทางต่างๆ

ซึ่งก่อนหน้านี้ “ทนายตั้ม” ยังได้แชร์โพสต์ของ ออย แสงศรี ที่โพสต์ภาพเปรียบเทียบลายน้ำและตัวอักษรบนลอตเตอรี่ พร้อมระบุ #จบนะ ไม่ได้นอนเลย หวยทั้ง 5 ใบจากลุงจรูญ ไม่มีใบจากชุดไหนมีลายเส้นลายน้ำลักษณะเดียวกันกับหวยในรูปบนแผงลอตเตอรี่ที่แม่ค้านำมาบอกว่าถ่ายไว้เมื่อวันที่ 30/10/60

ด้าน “ทนายตั้ม” ได้เปิดเผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ที่ผ่านมามีผู้ที่สนใจติดตามเพจของตนจำนวนมาก และพยายามช่วยกันหาข้อมูลจับพิรุธกรณีหวย 30 ล้าน และตั้งทีมกันขึ้นมาซึ่งตนขอเรียกว่า “นักสืบหวย 30 ล้าน” ด้วยความเป็นคนที่ช่างสังเกต และมีความรู้เฉพาะด้าน ตอนนี้มีข้อมูลจำนวนมากทั้งเรื่องความเป็นไปได้หรือไม่ในการทำลอตเตอรี่หล่น และเรื่องลายเส้น ลายน้ำ และตัวอักษรบนลอตเตอรี่ของลุงจรูญที่เปรียบเทียบกับภาพบนแผงขายลอตเตอรี่ที่แม่ค้าออกมาอ้างก็ไม่ตรงกัน ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าภาพดังกล่าวมีการตัดต่อก็จะดำเนินการในข้อหาแจ้งความเท็จ สร้างหลักฐานเท็จกับผู้ที่กระทำต่อไป โดยตนจะได้รวบรวมข้อมูลดังกล่าวนำส่งให้กับ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 ในเร็วๆ นี้