รู้วิธีปรับฮวงจุ้ยกันไปตั้งหลายบทความแล้ว ไม่ว่าจะบ้าน คอนโดฯ ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ฯลฯ แล้วรู้มั้ยว่าเราควรจะปรับฮวงจุ้ยเมื่อไหร่กันนะ ไม่เเน่ใจว่าเวลาไหนถึงจะเหมาะสม สำหรับมุมมองของซินเเสเงื่อนไขการปรับฮวงจุ้ยนั้นประเมินได้ 3 เหตุการณ์ ดังนี้

1.เข้าไปอยู่ในสถานที่ใหม่
พูดง่ายๆ เลยก็คือเวลาเราซื้อบ้าน ที่ดิน หรืออาคารใหม่ หรือเเม้เเต่เป็นสถานที่เก่าเเเต่เราเข้าไปอยู่ใหม่ อย่างบ้านมือสอง แบบนี้ก็สามารถปรับฮวงจุ้ยได้เลย เพราะตามหลักฮวงจุ้ยมองว่า “อาคารบ้านเรือน” นั้นเป็น “หยิน” เท่ากับว่าไม่มีพลังชีวิต ไม่ได้รับพลังตามธรรมชาติ ไม่เคลื่อนไหว สงบนิ่ง ดังนั้นจึงให้ “คน” ที่เป็น “หยาง” เป็นสิ่งมีชีวิต เคลื่อนไหว กระฉับกระเฉง มีความรู้สึก เข้ามา เมื่อทั้งสองพลังมาสัมผัสกันก็เหมือนเเม่เหล็กสองขั้วที่สปาร์คกัน ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ยิ่งถ้าบ้านมีพลังสอดคล้องกับคนอยู่อาศัย ก็จะช่วยส่งเสริมพลังของคนได้

เคล็ดลับของการจัดฮวงจุ้ยโดยเฉพาะซินเเสที่มีความเข้าใจใน “กลไกพลังงาน” ก็คือการดึงพลังงานธรรมชาติจากภายนอกบ้าน อย่างพลัง “หยาง” เสริมโอกาสทางธุรกิจ ความเจริญก้าวหน้า ก็จะดูที่ถนน ช่องลม น้ำตก น้ำล้น หินกลิ้ง เครื่องปรับอากาศ ไฟ เป็นต้น ส่วนพลัง “หยิน” เสริมเรื่องบารมี สุขภาพ ความสัมพันธ์ ของที่จะเสริมพลังหยิน เช่น เนินดิน โต๊ะสนาม ศาลา สวนหิน เฟอร์นิเจอร์หนักและใหญ่ โดยซินเเสจะให้ฤกษ์เวลาเข้าอยู่อาศัย ยามมงคลเวลาตกเเต่ง ต่อเติม ซ่อมเเซม ช่วยหลีกเลี่ยงสิ่งร้ายๆ ต้อนรับสิ่งดีๆ เข้าบ้าน

… “ทุกครั้งที่เราได้เข้าไปอยู่อาศัยในสถานที่ใหม่ เราก็ควรจะได้รับการปรับจัดฮวงจุ้ยด้วยเช่นเดียวกัน”…

2.สถานที่ที่อยู่อาศัยไม่สวยงาม เสื่อมโทรม
หากสภาพสถานที่ที่เราอยู่นั้นไม่สวยงาม เสื่อมโทรม เเสดงว่าสถานที่นั้นผ่านการใช้งานมาเเล้ว ไม่ว่าจะเคยปรับหรือไม่ปรับฮวงจุ้ยเเล้วก็ตาม เพราะเมื่อเราอยู่ที่แห่งนั้น เกิดการใช้ชีวิตก็จะมีปัจจัยสองอย่างที่ทำให้ความเป็นมงคลน้อยลง อย่างเเรกเลยก็คือ “คุณภาพของพลังปราณ” เมื่อสิ่งเเวดล้อมของตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ก็จะส่งผลเสียทางฮวงจุ้ยตามมา เช่น ถ้าเฉลียงประตูหน้าบ้านร้าว ก็ทำให้สะสมพลังของโชคลาภไม่อยู่
อย่างที่สองคือ “การรับพลังที่ดีประจำยุค” เพราะใรศาสตร์ของฮวงจุ้ยเชื่อว่าไม่มีทิศทางใดดีตลอดเวลา เเละไม่มีทิศทางใดเสื่อมตลอดเวลา เห็นได้จากกรณีศึกษาว่าทำเลค้าขายก็มีดีร้ายสลับกันไป ซึ่งพอปีเปลี่ยนทิศที่เคยดีอาจเปลี่ยนตาม กลายเป็นทิศที่ไม่ดีเเทน

… “บ้านที่ไม่สวยงามในบางมุม ก็อาจส่งผลกับสมาชิกในครอบครัวได้เช่นเดียวกัน”…

3.การเปลี่ยนแปลงรูปทรง รูปร่างของสถานที่
หากสถานที่นั้นต้องมีการเปลี่ยนรูปทรง รูปร่างของตัวเอง หรือเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายนอก โดยรวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างเดิมที่ต้องการปรับปรุง เช่น การต่อเติมห้องครัว หรือห้องนอนของบ้านพักอาศัย หรือการต่อเติมขยายส่วนผลิตหรือส่วนสำนักงานของโรงงาน เมื่อสถานที่นั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงรูปร่าง ก็จะทำให้การลักษณะของการสะสมพลังนั้นเปลี่ยนแปลงไป ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากๆ เช่น ทำการต่อเติมเกินพื้นที่ 1 ใน 3 ของอาคาร หรือ การเปลี่ยนแปลงห้องครัว ซึ่งเป็นห้องที่สะสมพลังงานของธาตุไฟมากที่สุดของอาคาร หรือมีการเปลี่ยนแปลงห้องหรือตำแหน่งนั่งของเจ้าของหรือผู้บริหารสูงสุดของสำนักงานหรือโรงงานเหล่านี้ ตามศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงของฮวงจุ้ย การปรับฮวงจุ้ยเพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของอาคารจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ
เเละสิ่งที่หลายคนละเลยกรณีสิ่งเเวดล้อมภายนอกเปลี่ยนไป เเต่คิดว่าไม่มีผลกับบ้านของเรา ซึ่งความจริงถ้าเปลี่ยนเเปลงเยอะก็อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพฮวงจุ้ยมากกว่าการเปลี่ยนแปลงภายในด้วยซ้ำ ยกตัวอย่าง การตัดถนนสายใหม่ที่เป็นสายใหญ่ การสร้างแนวรถไฟฟ้าไม่ว่าบนดินหรือใต้ดิน การสร้างสะพานข้ามแยกของรถยนต์หรือสะพานลอยคนข้าม หากเราสามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ (ง่ายๆ ก็คือมองเห็นได้จากตัวบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง) แบบนี้สามารถรับคำแนะนำในการปรับฮวงจุ้ยบ้านจากซินแสที่มีประสบการณ์ได้

… “หากมีสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ เช่น ถนนสายใหญ่ ถนนวงแหวน ผ่านทำเลแถวที่พักอาศัย สำนักงาน หรือโรงงานของท่าน ก็แน่ใจได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงของฮวงจุ้ยเช่นเดียวกัน”…

การปรับฮวงจุ้ย หรือก็คือการปรับสภาพเเวดล้อมทั้งภายนอกและภายในบ้าน อาคาร สถานที่ ให้ดี เราก็จะสามารถดึงเอาพลังดีนั้นมาเสริมให้คนในครอบครัวของเรา ทั้งด้านสิริมงคลเเละความเจริญรุ่งเรือง