ศึกษาดูใจกันมา 3 ปีแล้ว สำหรับคู่รักอย่าง “หนูนา หนึ่งธิดา” กับหวานใจนักร้องหนุ่ม “จูเนียร์ กรวิชญ์” หรือ “จูเนียร์ เดอะสตาร์” และดูเหมือนความรักครั้งนี้ของทั้งคู่กำลังไปได้สวย เพราะแว่วมาว่าได้วางแผนถึงอนาคตไว้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้นั่นก็คือการฝ่าด่านคุณแม่ของฝ่ายหญิงที่หวงลูกสาวสุดๆ

ซึ่งล่าสุด “จูเนียร์ เดอะสตาร์” ได้ออกมาเผยให้ฟังว่า เป็นเรื่องปกติถ้าจะคบกับใครยาวๆ ก็ต้องผ่านเรื่องนี้ให้ได้ ส่วนตัวก็กดดัน แต่ก็อยากทำอะไรให้ชนะพ่อแม่ของหวานใจเหมือนกัน

“ก็ใช่ครับ อย่างที่บอก เราคุยกันว่าให้ระยะเวลาพิสูจน์บอกว่าจะให้ใครพูด ปรึกษากันแล้ว และเขาได้บอกพี่ๆ ไปแล้ว คือต้องให้เกียรติผู้หญิง ส่วนตัวเราคุยกันแล้วว่าคบกันแบบเพื่อนมันมีความสุขมากกว่า เหมือนเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ จะเปิดตัวหรือไม่เปิดตัวสำหรับผมไม่มีผล มันแค่การบอกคนอื่นเฉยๆ เขาจะมายินดีหรือไม่ยินดีเราไม่รู้ แต่เราแฮปปี้กับตรงนี้”

เปิดตัวแล้วโล่งสบายใจมากขึ้นไหม ?
“จริงๆ ก็แอบโล่งนิดนึง ตอนที่เรายังไม่ได้บอกใครแล้วเวลาเราเดินไปคนก็จะมองว่ายังไง เป็นอะไรกัน พอเราได้บอกไป ก็เหมือนว่าเราไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องปิดบังอะไร แต่จริงๆ เราไม่ได้ปิดบังอะไรหรอกครับ แค่เราไม่ได้บอกใครเฉยๆ”

ตอนนี้คบกันเป็นอย่างไรบ้างความรัก ?
“ก็แฮปปี้ดีครับ เหมือนทุกคู่ครับ มีปากมีเสียง ทะเลาะกันเหมือนทุกคู่ เป็นปกติครับ”

อย่างหนูนาเอง คุณแม่หวงมาก เราน้องฝ่าด่านคุณแม่อย่างไรบ้าง ?
“โอโห..อันนี้ก็น่าจะเป็นทุกครอบครัวนะพี่เรื่องฝ่าด่านครอบครัวของแต่ละคน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโจทย์ เราคบกันมา 3 ปีแล้ว อนาคตถ้าจะคบกันไปต่อยาวๆ ก็เป็นสิ่งที่ผมต้องทำแล้วครับ”

เรากดดันไหม ?
“กดดันครับ ก็ต้องกดดันแหละเราเป็นผู้ชายพยายามทำอะไรก็ได้ให้พ่อกับแม่เขาประทับใจในตัวเรา “

ศาสนาเป็นอุปสรรคไหม ?
“ศาสนาแอบคุยกับเขาเหมือนกัน จริงๆ คุยกันตั้งแต่ก่อนคบกันแรกๆ แล้ว หลายคนเจอ เพื่อนถามศาสนาต่างคน เขานับถืออิสลาม ผมพุทธ บ้านเชื้อจีนด้วย ผมว่าเดี๋ยวนี้เรื่องศาสนาค่อนข้างที่จะเป็นความเชื่อของแต่ละคนละ ทุกศาสนาบอกให้เราเป็นคนดี อย่ายึดติดกับตรงนี้ อย่างเขาไม่รับประทานหมู มื้อไหนที่ไปทานกับเขา ผมต้องสแกน มื้อนั้นต้องไม่มีหมู ประมาณนั้นครับ”

เราคิดถึงอนาคตไหม ถ้าจะแต่งงานกันต้องเปลี่ยนศาสนา ?
“เนี่ยแหละครับ ก็ต้องเข้าไปคุยว่าในอนาคตเราจะวางแผนยังไงกันต่อ ผมไม่ได้เครียดอะไรเรื่องนี้นะครับ ผมรู้สึกว่าศาสนามีไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เราเป็นคนดีครับ”

แสดงว่าเราแพลนเรื่องอนาคตไว้แล้ว ?
“ก็แพลนครับ มีคุยกับเขาบ้าง จริงๆ ผมเจอคุณพ่อเขาบ่อย คุณแม่ไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่ แต่อนาคตก็ต้องเข้าไปหาครับ ที่บ้านผมฟรีดอมมาก เขาเลี้ยงค่อนข้างปล่อยให้สิทธิ์เรา เวลาเราจะคบใคร เขาขอแค่ให้เราเป็นคนดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้คนรอบข้างพอแล้ว เวลาใครมาหรือคนไหนมาก็พร้อมจะคอยซับพอร์ทครับ”

สองครอบครัวเคยเจอกันบ้างไหม ?
“ถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่ยังไม่เคยเจอกัน แต่ถ้าหนูนาไปเจอพ่อกับแม่ผมเคยแล้ว เพราะพ่อแม่ผมอยู่เชียงรายมีบินมากรุงเทพฯ บ้าง มาเที่ยวหา ก็ไปกินข้าวกันครับ”

วาเลนไทน์มีแพลนอะไรไหม ?
“เอาให้เขาว่างก่อนเถอะครับ เขาทำงาน 7 วันเลย สงสารเขาเหมือนกัน ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน”

เราแอบนอยด์ ?
“เราลั้นลาได้ ล้อเล่นครับ จริงๆ ก็เข้าใจการทำงาน เราทำงานในวงการบันเทิง ผมรู้สึกว่าคนที่รักกันในวงการบันเทิงถ้ามันไม่เข้าใจกันมากๆ มันไม่มีทางคบกันได้ ต้องเข้าใจเรื่องการใช้ชีวิตเขาต้องเจอพระเอก ต้องจัดเวลา คือเราต้องเข้าใจเขามากๆ ผมอยากเป็นคนที่เข้าใจเขาที่สุด”

คบมา 3 ปีแล้วมีอะไรต้องปรับจูนกันอีก ?
“คงจะเป็นเรื่องงานอดิเรกมั้งครับ คือผมเป็นคนมีอะไรอยากทำเยอะ หานั่นนี่ทำ แต่หนูนาเขาทำงานมาเขาเหนื่อยไง เป็นนางเอกต้องเข้าทุกซีน ถ่ายทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น เวลาวันว่างๆ เธอจะทำอะไร อยากทำอะไรไหม ก็เดี๋ยวค่อยคิดเถอะ แล้วเขาก็หลับเลย ทุกครั้งที่อยู่กับเขา เขาจะหมดแรง เหนื่อยกับการทำงานมาแล้ว โอเค การที่เขามาอยู่กับเราเป็นการพักผ่อนในตัว แต่ว่าถ้าเขาพร้อมเมื่อไหร่ เราก็จะหาลู่ทางทำธุรกิจร่วมกัน”

เหมือนเรายอมเขาตลอด ?
“จริงๆ ไม่ทุกเรื่องนะครับ เพราะเขามีมุมเด็กค่อนข้างเยอะ แล้วเป็นผู้ชายมีความเป็นผู้นำ บางทีต้องนำเขาบ้าง ความเด็กของเขาจะทำให้เราคบกันไม่นานก็ต้องคอยเตือนคอยบอกกัน”